LIFESTYLE

Mom & Baby

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

01 January 2020 View :

74

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

ทริคเลือกขวดนมให้ดีและปลอดภัยต่อลูกรัก

 

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

 

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

ทริคเลือกขวดนมให้ดีและปลอดภัยต่อลูกรัก

         ว่าที่คุณแม่หลายท่านอาจกำลังเตรียมซื้อของใช้เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดมา ของใช้จำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ “ขวดนม” ซึ่งในปัจจุบันขวดนมมีให้เลือกหลากหลายแบบ ราคามีตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักพัน รูปทรงดีไซน์และวัสดุมีหลากชนิด วันนี้ Gugirls ทริคเลือกขวดนมมาฝากให้คุณแม่จดไว้ไปเลือกซื้อขวดนมที่เหมาะกับการใช้งาน และประหยัดงบประมาณในกระเป๋ามาฝากค่ะ สำหรับเทคนิคเลือกขวดนมให้คุ้มค่าและปลอดภัยจะมีอะไรบ้างมาอ่านกันเลยค่ะ

 

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

 

 

1. เริ่มจากเลือกจุกนม

จุกนมมี 2 ชนิด ได้แก่

1.1 จุกนมยาง จุกนมที่ทำจากยางพาราจะเป็นสีน้ำตาล มีความนิ่มมากกว่าจุกนมซิลิโคน ทนความร้อน 100 ˚C มีอายุการใช้งานปกติ 3 เดือน แต่หากผ่านความร้อนสูงบ่อย อายุการใช้งานอาจเหลือไม่ถึง 1 เดือน

1.2 จุกนมซิลิโคน เป็นสีขาวใส มีความคงทนและอายุการใช้งานมากกว่าจุกนมยาง ทนความร้อน 120 ˚C มีอายุการใช้งาน 6 เดือน ถ้าดูแลอย่างถูกวิธี แต่อายุการใช้งานอาจเหลือ เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน หากผ่านความร้อนสูงบ่อยเกินไป

 

จุกนม มีไซส์ให้เลือกตามอายุของเด็กมีอายุการใช้งานประมาณ 3 เดือน จึงควรเปลี่ยนจุกนมทุก 2-3 เดือน

 

 

ขวดนมสำหรับเด็กแรกเกิดเลือกอย่างไรดี

 

 

2.การเลือกขวดนม 

ในท้องตลาดจะมีขวดนม 4 ประเภทคือ

2.1. ขวดนมประเภทพลาสติก PP ผลิตจากวัสดุ Polypropylene

เนื้อพลาสติกมีสีกึ่งโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น สามารถทนอุณหภูมิ -20 – 110 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน ขึ้นกับการดูแลรักษา และและอาจเหลือ 3 เดือนถ้านึ่งหรือต้มบ่อยเกินไปความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

2.2. ขวดนมประเภทพลาสติก PES ผลิตจากวัสดุ Polyethersulfone

เนื้อพลาสติกสีน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิ -50 – 180 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

2.3. ขวดนม PPSU ผลิตจากวัสดุ polyphenylsulfone

ขวดสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีชา สามารถทนอุณหภูมิ -50 – 180 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 8 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

2.4. ขวดนมแก้ว

มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ช่วยลดความเสี่ยงจากสาร BPA ในพลาสติกเมื่อถูกความร้อน ซึ่งมีข้อเสียคือ มีน้ำหนักมาก แตกได้ง่าย และราคาแพง

 

3.มองหาสัญลักษณ์ BPA Free 

เมื่อขวดนมถูกล้างทำความสะอาดบ่อยๆ จะเกิดรอยขีดข่วน เกิดคราบขุ่นๆ รวมถึงเมื่อสัมผัสความร้อนบ่อยๆ สาร BPA ในขวดนมพลาสติกอาจปนเปื้อนลงไปในน้ำนม และหากสะสมเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสมอง เซลล์ประสาท พฤติกรรม การเรียนรู้ และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายได้

ขวดนมที่มีสาร BPA มักเป็นขวดนมที่ผลิตจากวัสดุ polycarnonate (PC) ซึ่งมีความแข็งใส และทนทาน แต่ในปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ผลิตจาก polypropylene (PP), polyethersulfone (PES), polyphenylsulfone (PPSU) ซึ่งไม่มีสาร BPA ในกระบวนการผลิต โดยสัญญาลักษณ์ BPA Free จะระบุไว้ที่ข้างกล่องหรือก้นขวดสัญลักษณ์ BPA Free จำเป็นแค่ไหน

ภาพโดย  Pixabay